MAP

Additional details for each direction
Our Background
West
ฝั่งตะวันตกเป็นพื้นที่มีช่วงเวลากลางคืนยาวนานกว่ากลางวัน พื้นที่ค่อนข้างแห้งและเย็นเพราะได้รับอิทธิจากลมทางทิศเหนือ สัตว์ที่อาศัยในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสัตว์หากินตอนกลางคืน และมีพิษร้ายแรงเป็นส่วนใหญ่

สิ่งมีชีวิตที่ปรากฏในพื้นที่รอการกู้คืน
-
สปีชีส์ดั้งเดิมที่ถือกำเนิดบนโลก
-
สปีชี่ส์นอกโลกที่ติดมากับสะเก็ดอุกกาบาต
-
สัตว์ที่มีการหลอมหลวมพันธุกรรมระหว่างสายพันธุ์บนโลกและต่างโลก
-
พืชบางส่วนอาบรังสีจนมีลักษณะเป็นพืชกินสัตว์มีพิษเพื่อให้ตัวเองมีพิษอีกที
-
พืชเรืองแสง
-
สัตว์จำพวกแมลง
-
สัตว์เลื้อยคลาน
-
สัตว์หากินตอนกลางคืน
-
หนอนต่างดาว เป็นตัวอ่อนที่รวมตัวกันแต่ไม่พัฒนาเป็นอะไรเลย แต่เมื่อนำมาวิจัยต่อกลับพบว่าหากได้รับเลือดจากสัตว์ที่ตายจะพัฒนาไปสู่ดักแด้และเป็นผีเสื้อกินซาก (มีลักษณะปีกเป็นสีน้ำตาลเทาอมดำ และมีวงกลมสีน้ำเงินเรืองแสงเรียงเป็นจุดบนปีก)
-
แมงมุม
-
งูล่องหน
-
ตะขาบยักษ์
-
ค้างคาวกลายพันธุ์
-
เบอร์รี่ที่ทำให้กระดูกเหลวจนคงร่างเอาไว้ไม่ได้ (เสียชีวิตทันที)
สิ่งมีชีวิตที่อันตรายเป็นพิเศษ
-
แมงมุมยักษ์
-
เป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่ในถ้ำซึ่งถ้ำที่ว่ามีหินอุกกาบาตที่ให้พลังงานและนำมาต่อยอดทางวิทยาศาสตร์ได้
-
แมงมุมที่ว่าจะโจมตีมนุษย์หรือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมตัวอื่นที่เข้ามาในเขตที่อยู่อาศัยหรือผ่านเข้ามาในระยะออกล่าเพื่อนำมาเป็นรังฟักไข่ของลูกแมงมุม โดยแมงมุมจะยึดเหยื่อเอาไว้กับกำแพงและกรอกไข่เข้าไปในปากเพื่อให้ตัวอ่อนมากกว่าร้อยตัวลงไปอยู่ในกระเพาะ รอเวลา 3 วันหลังไข่ได้รับความอบอุ่น
-
ตัวอ่อนจะเติบโตและเจาะเปลือกออกมาพร้อมกับค่อย ๆ กินอาหารจากข้างใน ก่อนจะทะลวงออกมาภายนอกเพื่อกินชิ้นส่วนซากเนื้ออาหารที่มีให้หมดจนเหลือแต่กระดูก
-
-
งูล่องหน
-
เป็นงูขนาดกลางที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว มองเห็นด้วยตาเปล่าไม่ได้เนื่องจากความสามารถในการล่องหน ต้องอาศัยเครื่องจับคลื่นความร้อนหรือการมองเห็นรูปแบบเฉพาะเท่านั้นถึงจะสามารถระบุตำแหน่งของงูดังกล่าว
-
เมื่องูเสียชีวิต ซากจะค่อย ๆ กลับเข้าสู่สภาวะที่สามารถมองด้วยเห็นด้วยตาเปล่าได้
-
เกล็ดงูมีความทนทานพิเศษ นำมาหลอมเพื่อเป็นอาวุธหรือเครื่องประดับได้ตามแต่จะส่งต่อไปยังที่ไหน
-
พิษของงูนำมาเป็นส่วนหนึ่งของการวิจัยยาระงับอาการเจ็บปวดของเซนทิเนล
-
-
ตะขาบยักษ์ [Lock]
-
ค้างคาวยักษ์ [Lock]
หมายเหตุ
-
สัตว์ส่วนใหญ่มักถูกนำมาเก็บเป็นตัวอย่างวิจัย มีทั้งนำพิษมาต่อยอดเป็นยาหรืออาวุธทางการต่อสู้
-
สัตว์ส่วนใหญ่มักมีจุดอ่อนเป็นแสง
-
ศูนย์วิจัยสัตว์กลายพันธุ์ตั้งอยู่ที่นี่
-
ศูนย์บัญชาการประจำทิศอยู่บนที่สูงเฉกเช่นทิศอื่นๆ
Additional details for each direction
ทิศใต้จัดเป็นเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชผลหลากหลายชนิด มีตลาดค้าขายแลกเปลี่ยนที่ใหญ่เป็นพิเศษเมื่อเทียบกับที่อื่น ๆ เพราะทรัพยากรทางอาหารเกือบ 90% ล้วนมาจากที่นี่ซึ่งเป็นพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล แต่ละเขตจะมีเส้นทางน้ำไหลผ่าน โดยเส้นทางทั้งหมดล้วนเชื่อมต่อกันเพื่อออกไปสู่แหล่งน้ำที่ใหญ่ที่สุดที่ล้อมรอบแนวฝั่งของเมือง
ในผืนน้ำหน้าฝั่งทะเลจะมีแนวปราการพิเศษทอดตัวยาวเป็นรูปครึ่งวงกลมครอบคลุมพื้นที่ฝั่งทิศใต้ เพื่อแบ่งอาณาเขตชัดเจนระหว่างพื้นที่ที่มนุษย์ใช้อยู่อาศัยกับพื้นที่ที่มีสัตว์กลายพันธุ์ในน้ำแหวกว่ายอยู่ กำแพงที่ว่ามีไว้เพื่อปกป้องคุ้มครองประชาชนและชาวประมงจากสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ แต่กลับเป็นจุดสุดท้ายที่ไกด์และเซนทิเนลจะได้รับการรับรองความปลอดภัยจากเมืองที่ตัวเองรับใช้ ก่อนต้องก้าวไปสู่ฐานเรือและเกาะต่าง ๆ นอกกำแพง
จะมีจุดพักที่เซนทรัลปักโครงเหล็กแน่นหนาไว้ เป็นจุดสำหรับจอดยานและจอดเรือที่ปล่อยคลื่นสัญญาณไล่สัตว์น้ำไม่ให้เข้ามาใกล้ตลอดเวลา สถานที่ดังกล่าวเป็นหมุดใหญ่สำหรับพักหรือจัดประชุมเพื่อหารือและวางแผนกลยุทธในการต่อสู้ก่อนจะเคลื่อนตัวไกลออกไปตามจุดต่าง ๆ ที่แต่ละทีมได้รับมอบหมาย ไม่ว่าจะเป็นกลางน้ำหรือบนเกาะ
Our Background
South
ทิศใต้จัดเป็นเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชผลหลากหลายชนิด มีตลาดค้าขายแลกเปลี่ยนที่ใหญ่เป็นพิเศษเมื่อเทียบกับที่อื่น ๆ เพราะทรัพยากรทางอาหารเกือบ 90% ล้วนมาจากที่นี่ซึ่งเป็นพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล แต่ละเขตจะมีเส้นทางน้ำไหลผ่าน โดยเส้นทางทั้งหมดล้วนเชื่อมต่อกันเพื่อออกไปสู่แหล่งน้ำที่ใหญ่ที่สุดที่ล้อมรอบแนวฝั่งของเมือง
ในผืนน้ำหน้าฝั่งทะเลจะมีแนวปราการพิเศษทอดตัวยาวเป็นรูปครึ่งวงกลมครอบคลุมพื้นที่ฝั่งทิศใต้ เพื่อแบ่งอาณาเขตชัดเจนระหว่างพื้นที่ที่มนุษย์ใช้อยู่อาศัยกับพื้นที่ที่มีสัตว์กลายพันธุ์ในน้ำแหวกว่ายอยู่ กำแพงที่ว่ามีไว้เพื่อปกป้องคุ้มครองประชาชนและชาวประมงจากสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ แต่กลับเป็นจุดสุดท้ายที่ไกด์และเซนทิเนลจะได้รับการรับรองความปลอดภัยจากเมืองที่ตัวเองรับใช้ ก่อนต้องก้าวไปสู่ฐานเรือและเกาะต่าง ๆ นอกกำแพง
จะมีจุดพักที่เซนทรัลปักโครงเหล็กแน่นหนาไว้ เป็นจุดสำหรับจอดยานและจอดเรือที่ปล่อยคลื่นสัญญาณไล่สัตว์น้ำไม่ให้เข้ามาใกล้ตลอดเวลา สถานที่ดังกล่าวเป็นหมุดใหญ่สำหรับพักหรือจัดประชุมเพื่อหารือและวางแผนกลยุทธในการต่อสู้ก่อนจะเคลื่อนตัวไกลออกไปตามจุดต่าง ๆ ที่แต่ละทีมได้รับมอบหมาย ไม่ว่าจะเป็นกลางน้ำหรือบนเกาะ

สิ่งมีชีวิตที่ปรากฏในพื้นที่รอการกู้คืน
-
สปีชีส์ดั้งเดิมที่ถือกำเนิดบนโลก
-
สปีชี่ส์นอกโลกที่มาจากที่อื่น
-
สัตว์ที่มีการหลอมหลวมพันธุกรรมระหว่างสายพันธุ์บนโลกและต่างโลก
-
ปลา
-
งูน้ำยักษ์
-
สัตว์มีเกล็ด
-
สัตว์ที่ดูคล้ายไซเรน
-
คราเคน
-
ไฮดร้า
สิ่งมีชีวิตที่อันตรายเป็นพิเศษ
-
คราเคน
-
มักปรากฏตัวเมื่อมีสัญญาณหรือคลื่นเสียงในน้ำรบกวน
-
มีลักษณะเป็นหมึกยักษ์ที่มีหนวดขนาดใหญ่ และมีเขี้ยวคมสามชั้นซ้อนเรียงตัวกันในปาก เลือดของคราเคนสามารถนำมาต่อยอดทางยาได้
-
-
ไฮดร้า
-
มีลักษะเหมือนงูยักษ์หลายหัว ไม่ว่าจะตัดเท่าไรก็จะแตกหน่อศีรษะออกมาเรื่อย ๆ และพ่นพิษได้
-
ต่อให้ตัดหัวทั้งหมดทิ้งในคราวเดียวก็ยังเคลื่อนไหวได้และทำท่าจะงอกขึ้นมาอีก
-
วิธีกำจัดจึงจำเป็นต้องเล็งหาจุดที่เป็นหัวใจแล้วควักทิ้งหรือแทงให้ขาดไปซะ รวมถึงเผาจนไม่เหลือซาก จึงจะนับว่ากำจัดสำเร็จ
-
ไซเรน
-
จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าถือกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร ทีมวิจัยคาดว่าเป็นสัตว์สปีชีส์ในน้ำที่ดึงเอาคนไปกินหรือหลอมรหัสพันธุกรรมเข้ากับมนุษย์(ชาวประมง)ที่หลงเข้าไปในระยะออกล่าจนเกิดเป็นสัตว์ประหลาดครึ่งคนครึ่งปลาเหมือนในตำนานออกมา
-
มีสุ้มเสียงดึงดูดผู้คน แต่ไม่สามารถสื่อสารหรือใช้ภาษาแบบมนุษย์ได้ เมื่อเจ็บปวดจะส่งเสียงหวีดแหลมที่อาจทำให้แก้วหูฉีกขาด และเมื่อถูกกำจัด หากกรีดผ่าท่อนล่างออกมาจะพบตะกอนสีขาวแวววาวมากมายอัดอยู่ในเนื้อ เหมือนเจอไข่มุกในเปลือกหอย
หมายเหตุ
-
สัตว์ส่วนใหญ่มักไม่มีพิษ สามารถนำมาวิจัยหรือทำเป็นอาหารได้
-
ศูนย์บัญชาการประจำทิศใต้ตั้งอยู่บนบก
Additional details for each direction
Our Background
East
ทิศตะวันออกตั้งอยู่ในเขตอบอุ่น แม้จะได้รับลมเย็นจากทิศเหนือบ้างในบางครั้ง แต่ยังจัดเป็นพื้นที่ที่มีช่วงเวลาอากาศร้อนมากกว่าเป็นส่วนใหญ่ เป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ที่มีร่องรอยประวัติศาสตร์การอยู่อาศัยของมนุษย์ก่อนสนามแม่เหล็กโลกกลับด้านหลงเหลือให้เห็น อาคารบ้านเรือนจึงแทรกตัวรวมกับหมู่แมกไม้รกชัน นับเป็นแวดล้อมที่เต็มไปด้วยความทรงจำของงานที่มนุษย์สร้างสรรค์ และก็เป็นพื้นที่ที่คับคั่งไปด้วยสัตว์มากมายที่กลายพันธุ์เกินกว่าจินตนาการของมนุษย์จะเข้าใจ

ทิศใต้จัดเป็นเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชผลหลากหลายชนิด มีตลาดค้าขายแลกเปลี่ยนที่ใหญ่เป็นพิเศษเมื่อเทียบกับที่อื่น ๆ เพราะทรัพยากรทางอาหารเกือบ 90% ล้วนมาจากที่นี่ซึ่งเป็นพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล แต่ละเขตจะมีเส้นทางน้ำไหลผ่าน โดยเส้นทางทั้งหมดล้วนเชื่อมต่อกันเพื่อออกไปสู่แหล่งน้ำที่ใหญ่ที่สุดที่ล้อมรอบแนวฝั่งของเมือง
ในผืนน้ำหน้าฝั่งทะเลจะมีแนวปราการพิเศษทอดตัวยาวเป็นรูปครึ่งวงกลมครอบคลุมพื้นที่ฝั่งทิศใต้ เพื่อแบ่งอาณาเขตชัดเจนระหว่างพื้นที่ที่มนุษย์ใช้อยู่อาศัยกับพื้นที่ที่มีสัตว์กลายพันธุ์ในน้ำแหวกว่ายอยู่ กำแพงที่ว่ามีไว้เพื่อปกป้องคุ้มครองประชาชนและชาวประมงจากสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ แต่กลับเป็นจุดสุดท้ายที่ไกด์และเซนทิเนลจะได้รับการรับรองความปลอดภัยจากเมืองที่ตัวเองรับใช้ ก่อนต้องก้าวไปสู่ฐานเรือและเกาะต่าง ๆ นอกกำแพง
จะมีจุดพักที่เซนทรัลปักโครงเหล็กแน่นหนาไว้ เป็นจุดสำหรับจอดยานและจอดเรือที่ปล่อยคลื่นสัญญาณไล่สัตว์น้ำไม่ให้เข้ามาใกล้ตลอดเวลา สถานที่ดังกล่าวเป็นหมุดใหญ่สำหรับพักหรือจัดประชุมเพื่อหารือและวางแผนกลยุทธในการต่อสู้ก่อนจะเคลื่อนตัวไกลออกไปตามจุดต่าง ๆ ที่แต่ละทีมได้รับมอบหมาย ไม่ว่าจะเป็นกลางน้ำหรือบนเกาะ
สิ่งมีชีวิตที่ปรากฏในพื้นที่รอการกู้คืน
-
สปีชีส์ดั้งเดิมที่ถือกำเนิดบนโลก
-
สปีชี่ส์นอกโลกที่มาจากที่อื่น
-
สัตว์ที่มีการหลอมหลวมพันธุกรรมระหว่างสายพันธุ์บนโลกและต่างโลก
-
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
-
สัตว์รวมฝูง
-
หมาป่ามีเกล็ดคล้ายกิ้งก่า
-
กระทิงเขาพิษกลางหุบเขาร้าง
-
ลิงเขี้ยวเพชรซึ่งมีอัญมณีแทรกตัวอยู่กลางหน้าผาก
-
นกยักษ์ที่เลียนเสียงของคนได้ (Lyre)
-
หนูยักษ์ที่สามารถส่งเสียงคลื่นรบกวนรอบด้าน
-
หมูป่าคาลีโดเนียน
-
คิเมร่า
-
เบอร์รี่ที่ทำให้เกิดภาพหลอน
-
พืชที่กระตุ้นการทำงานของร่างกาย (ผัสสะทั้งห้า)
-
เป็นพื้นสีเขียวอมม่วง ลวดลายหินอ่อนสีชมพู
-
หากกินเข้าไปจะทำให้ร่างกายร้อนมากจนอึดอัด
-
ช้างที่มีงวงคล้ายหนวดหมึกพิษใต้หน้า
-
มีดวงตาคล้ายงูรอบด้านศีรษะและมีงาขนาดใหญ่สี่เขี้ยวยื่นออกมา เรี่ยวแรงมหาศาล
-
การเคลื่อนไหว [Lock]
-
อื่น ๆ รอการบันทึก
สิ่งมีชีวิตที่อันตรายเป็นพิเศษ
-
คิเมร่า
-
สิงโตที่มีปีกคล้ายค้างคาวยักษ์ เขี้ยวในปากแหลมคม ขากรรไกรมีแรงกดมหาศาล และมีหางเป็นงูสามหัวที่พ่นพิษได้ เคลื่อนไหวปราดเปรียวว่องไว
-
ถ้ากระตุ้นความโกรธจนถึงขีดสุดหัวสิงโตจะพ่นไฟได้
-
ช้างงวงหมึก
-
แม้จะไม่โจมตีมนุษย์ก่อน แต่ก็อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เป็นจุดเรียกคืนตามแผนที่ที่วางเอาไว้
-
ความเคลื่อนไหวระดับกลาง แต่มีแรงเยอะ
-
งวงสามารถพ่นพิษที่เป็นกรดสีดำออกมาได้ ไม่ได้มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง แต่ก็ทำให้เกิดแผลพุพองแสบร้อนและควรรีบล้างออก
-
ลิงเขี้ยวเพชร [Lock]
-
นกยักษ์ที่เลียนเสียงคนได้ [Lock]
หมายเหตุ
-
นับเป็นพื้นที่ที่ถูกเรียกว่า God Creation เพราะมีสัตว์และพืชกลายพันธุ์แตกต่างออกไปจากพื้นฐานความเข้าใจเดิมเยอะมากจนคนทั่วไปไม่อาจจินตนาการออก ทั้งยังอาศัยอยู่บนพื้นและบนฟ้า จึงต้องเน้นไปที่เรื่องของการวางแผนและการพลิกแพลงมากเป็นพิเศษ
-
ศูนย์บัญชาการประจำทิศอยู่บนที่สูงเฉกเช่นทิศอื่นๆ
Additional details for each direction
Our Background
North
ทิศเหนือเป็นพื้นที่ปกคลุมด้วยหิมะหนาวเย็นตลอดทั้งปี เป็นแหล่งสำหรับการผลิตพลังงานไฟฟ้าและพลังงานด้านอื่น สัตว์และสิ่งมีชีวิตมีความดุร้ายจากการขาดแคลนอาการและทนทานต่ออากาศหนาวเป็นพิเศษ กองกำลังหลักที่มีหน้าที่ควบคุมสิ่งต่าง ๆ และวางแผนส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง

ทิศใต้จัดเป็นเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชผลหลากหลายชนิด มีตลาดค้าขายแลกเปลี่ยนที่ใหญ่เป็นพิเศษเมื่อเทียบกับที่อื่น ๆ เพราะทรัพยากรทางอาหารเกือบ 90% ล้วนมาจากที่นี่ซึ่งเป็นพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล แต่ละเขตจะมีเส้นทางน้ำไหลผ่าน โดยเส้นทางทั้งหมดล้วนเชื่อมต่อกันเพื่อออกไปสู่แหล่งน้ำที่ใหญ่ที่สุดที่ล้อมรอบแนวฝั่งของเมือง
ในผืนน้ำหน้าฝั่งทะเลจะมีแนวปราการพิเศษทอดตัวยาวเป็นรูปครึ่งวงกลมครอบคลุมพื้นที่ฝั่งทิศใต้ เพื่อแบ่งอาณาเขตชัดเจนระหว่างพื้นที่ที่มนุษย์ใช้อยู่อาศัยกับพื้นที่ที่มีสัตว์กลายพันธุ์ในน้ำแหวกว่ายอยู่ กำแพงที่ว่ามีไว้เพื่อปกป้องคุ้มครองประชาชนและชาวประมงจากสัตว์ประหลาดกลายพันธุ์ แต่กลับเป็นจุดสุดท้ายที่ไกด์และเซนทิเนลจะได้รับการรับรองความปลอดภัยจากเมืองที่ตัวเองรับใช้ ก่อนต้องก้าวไปสู่ฐานเรือและเกาะต่าง ๆ นอกกำแพง
จะมีจุดพักที่เซนทรัลปักโครงเหล็กแน่นหนาไว้ เป็นจุดสำหรับจอดยานและจอดเรือที่ปล่อยคลื่นสัญญาณไล่สัตว์น้ำไม่ให้เข้ามาใกล้ตลอดเวลา สถานที่ดังกล่าวเป็นหมุดใหญ่สำหรับพักหรือจัดประชุมเพื่อหารือและวางแผนกลยุทธในการต่อสู้ก่อนจะเคลื่อนตัวไกลออกไปตามจุดต่าง ๆ ที่แต่ละทีมได้รับมอบหมาย ไม่ว่าจะเป็นกลางน้ำหรือบนเกาะ
สิ่งมีชีวิตที่ปรากฏในพื้นที่รอการกู้คืน
-
สปีชีส์ดั้งเดิมที่ถือกำเนิดบนโลก
-
สปีชี่ส์นอกโลกที่มาจากที่อื่น
-
สัตว์ที่มีการหลอมหลวมพันธุกรรมระหว่างสายพันธุ์บนโลกและต่างโลก
-
ผึ้งเหล็กน้ำแข็ง
-
ฝูงหมาป่าน้ำแข็ง
-
โนมหิน
-
เยติ (ฝูง)
-
ดอกไม้กระตุ้นการทำงานของเซลล์สมานแผล
-
พืชที่ทำให้โลหิตไหลเวียนดี
-
เบอร์รี่ที่กระตุ้นการทำงานของระบบประสาท
-
มีผลสีขาวคล้ายบลูเบอร์รี่จุ่มสี เนื้อข้างในเป็นสีม่วงอมแดง รสชาติเปรี้ยวฝาด
-
ถ้ากินปริมาณน้อยนับเป็นยา แต่ถ้าเกินกว่าที่ร่างกายรับไหวอาจได้รับผลข้างเคียงเป็นการมึนเบลอ เคลื่อนไหวสะเปะสะปะคล้ายคลึงอาการเมาค้าง ควบคุมตัวเองได้ยากและถึงขั้นหมดสติ
สิ่งมีชีวิตที่อันตรายเป็นพิเศษ
-
เยติ
-
ขนาดตัวสูงกว่าสามเมตร มีทั้งอาศัยอยู่เพียงลำพังและรวมฝูง
-
มักเกรี้ยวกราดและดุร้าย เกลียดแสงไฟ และมองมนุษย์เป็นอาหาร
-
โนมหิน
-
ลักษณะไม่เหมือนสิ่งมีชีวิต เพราะมีผิวด้านนอกเหมือนหินแข็งที่ทุบเท่าไรก็ไม่แตก
-
การกำจัดคือหารอยแยกของข้อต่อหรือรอยแยกที่ซ่อนตัวอยู่ทั่วทั้งร่างให้เจอแล้วทำลายจากตรงนั้น
-
เศษที่เหลือของโนมนำมาทำเป็นเกราะหรืออาวุธหนักได้
-
ผึ้งเหล็กน้ำแข็ง [Lock]
หมายเหตุ
-
สัตว์ส่วนมากเป็นเป้าหมายกำจัดทิ้ง เพราะไม่สามารถนำมาทำอะไรต่อได้เลยเมื่อเทียบกับมอนสเตอร์ชนิดอื่น ๆ ที่อาจคายพลอยหรืออัญมณีออกมา
-
หอบัญชาการตั้งอยู่ในที่สูง
Our Background

Center
เซนเตอร์ เมืองหลวงศูนย์กลางการปกครอง เป็นที่ตั้งหลักของเซนทรัลซึ่งมีหน้าที่กำหนดทิศทางและความเป็นไปต่างๆในชีวิตของผู้คน รวมถึงเป็นศูนย์บัญชาการหลักในการทำงานของไกด์และเซนทิเนล
ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบัน : ดีอัส ชูว์เตอร์
โดมหกเหลี่ยมทรงสูงตั้งอยู่เหนือสุด ณ ใจกลางอาคารสีเงินยวง บริเวณโดยรอบล้วนเต็มไปด้วยผู้คนที่ทำงานเพื่อควบคุมแผงวงจรการทำงานต่างๆทั้งรอบในและรอบนอกของเมืองให้ยังคงความแข็งแกร่งของกำแพงเอาไว้ได้
ตัวอาคารสูง 7 ชั้น ชั้นบนสุดเป็นห้องของผู้นำสูงสุดที่คอยดูแลและอนุมัติคำร้องขอต่างๆ
ถัดลงมาชั้น 6 เป็นห้องประชุมเพื่อรายงานผลการปฏิบัติการของไกด์หรือที่ประชุมของเซนทรัลเกี่ยวกับการปกครองและวาระงานต่างๆ แต่ก็มีบางครั้งที่ไกด์ต้องขึ้นไปยังชั้นบนสุดเพื่อรายงานและตอบคำถามเองเพียงลำพังให้แก่ผู้นำสูงสุดฟัง เลื่อนถัดลงไป ชั้น 5, ชั้น 4, ชั้น 3, และ ชั้น 2 เป็นทีมรายงานจัดการของไกด์แต่ละทิศ ไล่จาก ตะวันออก, ใต้, ตะวันตก, เหนือ ลงมาตามลำดับ ชั้นที่ 1 เป็นส่วนของการดูแลประชาชนทั่วทุกทิศ ส่วนชั้นล่างสุดเป็นทางเดินที่เชื่อมต่อไปยังโถงอาคารขนาดใหญ่แบบปิดคลุมด้วยกระจกใสที่สามารถปรับเปลี่ยนภูมิทัศน์ที่มองเห็นให้เป็นแสงสีหรือกระจกปิดทึบได้ ขึ้นกับวาระโอกาสในงานต่างๆ (เช่นงานรวมตัวของพาทริกอออสที่เซนทรัลเชิญมาสำหรับการจัดพิธีงานต่างๆ, feast ประจำปี ฯ)
ข้างล่างสุดของอาคารลึกลงไปชั้นใต้ดินคือเขาวงกตและคุกที่มีกำแพงหนากว่าสี่ชั้น สร้างขึ้นไว้สำหรับคุมขังนักโทษที่ความผิดร้ายแรง หรือคุมขังเซนทิเนลที่นับว่าเป็นภัยคุกคามแก่ความปลอดภัยของประชาชน รอการตัดสินโทษในอนาคต
โถงทางเดินทอดยาวเย็นเยียบและมืดทึบไร้ที่สิ้นสุดนี้จะเปิดไฟเมื่อระบบเซนเซอร์จับอุณหภูมิของคนเดินผ่านได้ และจะดับลงใน 5 นาทีถัดมาเมื่อไม่พบความเคลื่อนไหวภายในโถงทางเดิน
หากกลัวความมืด โปรดเดินไปถึงห้องที่ใช้คุมขังให้เร็วที่สุดเท่าที่ฝีเท้าจะพาไปได้ และรีบกลับออกมา
-
จะมีการปั๊มตราอนุญาตลงบินผิวหนัง ต้องใช้ไฟยูวีในการส่องเท่านั้นถึงจะมองเห็นตราอนุญาตดังกล่าวได้ หากไม่ปรากฏตราห้าเหลี่ยมดังกล่าว ไม่อนุญาตให้เข้าไปยังคุกใต้ดินทุกกรณี
-
มีเพียงเจ้าหน้าที่เฝ้ายามสองคนที่ประตูหน้าสุดเท่านั้น ไม่มีการคุ้มกันพาเดินเข้าไป
-
โปรดจดจำเส้นทางให้ได้ด้วยตัวเอง
Nest
ศูนย์ดูแลไกด์
เสาน้ำทรงสูงสีเงินมีไม้เลื้อยและมอสเขียวประดับประดาล้อมรอบ เหนือทางเดินทอดยาวลอยฟ้ามีดอกไม้ขาวตวัดเกี่ยวตามราวจับคล้ายทางเดินของแฟร์รี่ในนิทาน เด็กน้อยชะโงกหน้าลงไปยังลานบนพื้นชั้นหนึ่งซึ่งมีที่นั่งทรงกลมแบนสีเมทัลลิกคล้ายปีกแมลงทับเพื่อมองดูเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันคนอื่นจับกลุ่มพูดคุยกันเกี่ยวกับตารางที่ต้องเข้าอบรมเกี่ยวกับการขึ้นเป็นไกด์ …
อาคารสีขาวเงินที่ภายในแบ่งสรรจัดส่วนออกเป็นที่พักอยู่อาศัยและที่อบรมของไกด์ตั้งแต่เด็กจนถึงอายุ 18 ปี แบ่งเป็นเซลนอนขนาดย่อมคล้ายรังผึ้งในเด็กตั้งแต่ 3 - 12 ปี และจะเป็นห้องส่วนตัวแบ่งเรียงติดกันในแต่ละชั้นสำหรับเด็กอายุ 13 ปีขึ้นไป
ข้างในถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่ที่มีสีสันทางเทคโนโลยีและความผ่อนคลายแบบธรรมชาติหลอมรวมเข้าด้วยกัน เพื่อให้ไกด์ซึ่งเป็นประชากรส่วนน้อยที่สุดแต่มีความสำคัญที่สุดในการกำหนดทิศทางความเป็นไปของมนุษยชาติ ได้เติบโตขึ้นอย่างแข็งแรงและมั่นคงตามทิศทางที่เซนทรัลคาดหวังไว้
บริเวณตรงกลางของอาคารมีบันไดวนจากชั้น Ground จนถึงชั้นสี่ ซึ่งเดินฉีกออกได้เฉพาะที่ชั้นสามและชั้นสี่เท่านั้น และมีเสาน้ำทรงสูงสามเสาด้วยกันโดยที่ข้างหลังเสาเป็นลิฟต์ที่ใช้เคลื่อนตัวไปยังอาคารแต่ละชั้น
อาคารมีจำนวน 5 ชั้น + 5A ซึ่งเป็นที่ตั้งของผู้ดูแลหลักและห้องพักของเมนเทอร์ (ไกด์ที่ทำงานในเนส / อดีตไกด์ที่เคยปฏิบัติงานภาคสนามจริง) ที่คอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับข้อเด่นและข้อด้วย รวมถึงประเมินศักยภาพของไกด์ จนกระทั่งเป็นผู้รับรองว่าไกด์คนนั้นๆพร้อมแล้วสำหรับการออกไปปฏิบัติงานภายใต้คำสั่งของเซนทรัล
ชั้น 6 : ดาดฟ้า ที่ต้องขออนุญาตทุกครั้งในการขึ้นไป ไม่มีลิฟต์ มีแต่บนไดวนที่ต้องเดินเท้าขึ้นไปเท่านั้น
ชั้น 5A : ที่ตั้งหลักของผู้ดูและและห้องพักของเมนเทอร์
ชั้น 5 : ห้องแยกฝึกซ้อมไกด์สำหรับการ guiding - healing, แผงควบคุมอาคาร
ชั้นอื่นๆตั้งแต่ชั้น 4 ไล่ลงมาจนถึงชั้น 2 : ห้องแยกของไกด์แต่ละคน - เซลนอนของไกด์แต่ล่ะคน จัดตามอายุลงไป
ชั้น 1 : ห้องพยาบาล สถานที่เก็บเอกสารและอื่นๆ
Ground Fl : ลานกว้างเชื่อมโยงไปยังส่วนต่างๆ ทั้งโรงอาหารและห้องนั่งเล่น ห้องอ่านหนังสือ ห้องเพิ่มพูนศักยภาพทางสมองของเด็กเล็ก เรือนกระจกที่มีสวนต้นไม้และโดมผีเสือ ฯลฯ โดยบริเวณลานตรงกลางจะมีสระน้ำขนาดเล็กไหลเอื่อย ๆ ตัดผ่านเป็นแนวขวางตัดกับทางเดินเชื่อมในชั้น 4 เพิ่มภูมิทัศน์ให้ดูร่มเย็นขึ้น และจะมีน้ำพุขยับขึ้นลงตอนเวลา 6 PM จนถึงเวลา 10 PM เป็นเวลาเตือนว่าทุกคนควรกลับเข้าที่พักได้แล้ว
-
เจ้าหน้าที่ดูแลและเฝ้ายาม : อดีตไกด์ปฏิบัติงาน แพทย์ และผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสมองและเด็ก ฯ
Our Background

Haven
เฮเว่น (Haven) พื้นที่สลัมนอกสายตาเซนทรัล ตั้งอยู่บนรอยต่อระหว่างทิศใต้และทิศตะวันตกซึ่งติดกับตัวเมือง และห่างออกไปไม่ไกลจนถึงพื้นที่ลาดตระเวน เป็นเพียงจุดต่างเล็กๆบนพื้นที่ทั้งหมดของเซนทรัลเท่านั้น
คนที่อยู่อาศัยบริเวณนี้อาจเป็นคนที่ไม่อาจอยู่ร่วมเฉกเช่นเดียวกับประชาชนทั่วไป อาจเป็นคนที่เลวร้ายที่สุดอมาอาศัยอยู่รวมกัน หรืออาจเป็นเซนทิเนลหลบหนี…ก็เป็นได้ [ Lock ]
Shelter
ศูนย์ดูแลเซนทิเนล
อาคารหยั่งรากลึก ครึ่งบนอยู่บนดิน อีกกว่าครึ่งอยู่ใต้ดิน อาคารดูคล้ายกล่องเหล็กสีดำขนาดมหึมาที่โดดเด่นออกมาจากสิ่งปลูกสร้างอื่นๆรอบข้าง แต่กลับน่าหวาดหวั่นเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะเข้าใกล้
อาคารตั้งอยู่บนดินจำนวนสามชั้น หยั่งลึกลงใต้ดินสี่ชั้น
ชั้นบนสุด ชั้น 2 : ที่ตั้งหลักของผู้ดูแลควบคุมจัดการเชลเตอร์ (หนึ่งในเซนทรัลเป็นผู้อำนวยการหลักของศูนย์ดูแลเซนทิเนล)
ชั้น 1 : แผงควบคุมอาคารและกล้องวงจรปิด
Ground Floor : ทางเดินเชื่อมต่อขึ้นไปยังอาคารชั้นบน กับเป็นจุดคั่นระหว่างลงไปยังใต้ดินชั้นล่าง (ลิฟต์แยกตัวกันชัดเจน โดยลิฟต์ที่ฝั่งบนมักถูกปิดการใช้งานไว้เสมอ เลยทำให้มีแต่ลิฟต์ที่ลงไปข้างล่างเปิดใช้งานอย่างต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง)
*ลิฟต์มีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับลิฟต์ขนส่งห้องหนึ่ง
B1 : ห้องพักของไกด์แรงก์ F, ห้องปฐมพยาบาล, ห้องเด็กเล็ก, ห้องที่ปรึกษารวมถึงผู้ดูแลที่ทำงานในเชลเตอร์
ห้องพักของอดีตเซนทิเนลที่ปลดประจำการไปเองก็ตั้งอยู่ที่ชั้นนี้ ทำหน้าที่คอยเป็นที่ปรึกและให้คำแนะนำแก่เซนทิเนลที่จะเข้าร่วมอารีน่า (คล้ายกับเมนเทอร์ของฝั่งไกด์ แต่จะเน้นไปที่วิธีการใช้พลังและกลยุทธมากกว่า)
B2 : โรงอาหาร, ที่พักแยกส่วนตามอายุของเซนทิเนล (นอนรวมโดยแบ่งหองตามเกณฑ์อายุ)
B3 : ห้องพักแยกของเซนทิเนล (เซนทิเนลที่โตขึ้นในระดับหนึ่งเช่นตั้งแต่อายุ 13 ปีขึ้นไป หรือเซนทิเนลที่เข้าร่วมอารีน่า จะได้ห้องพักแยกทั้งหมด)
B4 : ชั้นใต้ดินล่างสุด เป็นสนามฝึก / ลานจำลองการต่อสู้ของเซนทิเนล / ห้องซ้อมแยก (ขึ้นกับโปรแกรมฝึกซ้อมที่ที่ปรึกษาออกแบบไว้ให้)
B4.A : ทางเดินเชื่อมต่อไปยังห้องพักเก็บตัวก่อนเข้าสู่สนามอารีน่า
-
ปกติแล้วไกด์แรงก์Fจะเป็นคนลงมาไกด์ดิ้งเซนทิเนลด้วยตัวเอง ยกเว้นบางกรณีที่เซนทรัลมองว่าเป็นอันตรายกับทั้งตัวไกด์และเซนทิเนล จึงจะให้เจ้าหน้าที่พาเซนทิเนลขึ้นมายังห้องพยาบาล
-
ห้องพยาบาลดังกล่าวสร้างขึ้นด้วยวัสดุที่แข็งแรงและทนทานต่อแรงกระแทกมากเป็นพิเศษ โดยเป็นกระจกมองเห็นฝั่งเดียวตั้งขนานกับบริเวณทางเดิน เพื่อให้เจ้าหน้าที่คนอื่นๆรวมถึงเซนทรัลสามารถมองเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในห้องและสามารถชาร์จได้ทันหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น