top of page

About world setting

Liminal Gate

         หลังขั้วสนามแม่เหล็กโลกพลิกกลับสู่ด้านเดิม ดาวเคราะห์ในวงแหวนถัดออกไปเกิดระเบิดและทำลายตัวเองจนฉีกกำแพงบางจุดที่เรียกว่าจักรวาลออกเป็นช่องว่างขนาดมหึมาเทียบเท่าหลุมดำ เกิดเป็นจุดกระด่ำกระด่างคล้ายรอยไหม้บนผืนผ้าซึ่งมาพร้อมกับเศษขี้เถ้าที่ลอยคว้างไปทั่วทั้งอวกาศ

 

        สะเก็ดของดาวเคราะห์ที่ยังเผาไหม้ได้กระจายตัวออกไปยังจุดต่างๆ ของอวกาศ การเผาไหม้ที่ว่าเกิดเป็นระเบิดทำลายตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้เกิดช่องว่างแบบเดียวกันในจุดอื่นๆเช่นเดียวกับจุดแรก กระทั่งเศษส่วนหนึ่งเดินทางมาถึงดาราจักรที่ชื่อว่าทางช้างเผือก เศษส่วนของดาวเคราะห์ที่ว่าก็ระเบิดตัวเองอีกครั้ง ก่อให้เกิดช่องว่างขนาดใหญ่เทียบเท่ากับรอยแรกเริ่ม เกิดเป็นภาพจุดดำบนเส้นทางสีขาวทอดยาวที่ทุกคนรู้จักแทน

 

        ช่องว่างที่เกิดขึ้นไม่ได้ดูดสิ่งใดเข้าไป แต่กลับนำบางอย่างเข้ามา

 

         บนดาวเคราะห์ดวงที่สามของระบบสุริยะได้เกิดสิ่งที่เรียกว่า เกท (Gate) ขึ้น ซึ่งเป็นประตูที่นำพาสิ่งมีชีวิตจากมิติอื่นมาสู่โลก พร้อมกับรังสีคอสมิกไม่ทราบชื่อซึ่งสามารถแปรสภาพเซลล์ของสิ่งมีชีวิตไปจนถึงระดับรหัสพันธุกรรม
 

          สัตว์ต่างดาวชนิดใหม่เข้ารุกราน ตั้งรกรากด้วยเผ่าพันธุ์ของมันเองหรือผสมข้ามสายพันธุ์กับสิ่งมีชีวิตอื่นบนโลก สัตว์บางกลุ่มกลายพันธุ์และแพร่ขยายที่อยู่อาศัยออกไป กินพื้นที่ที่เคยมีมนุษย์อยู่อาศัยไปกว่าครึ่ง กระทั่งรังสีคอสมิกที่ว่าสร้างปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Xenogenesis นอกเหนือจากการกลายพันธุ์ของสัตว์แล้วก็ได้ให้กำเนิดมนุษย์สองกลุ่มใหม่อย่างไกด์ (Guide) และเซนทิเนล (Sentinel) ขึ้นมาด้วยเช่นกัน

 

        หลังผ่านพ้นช่วงการล่มสลายของมนุษย์บนโลกจากผลของขั้วสนามแม่เหล็กโลกกลับด้าน และก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการฟื้นฟูยาวนานนับ 80 ปี มนุษย์ทั้งสองกลุ่มดังกล่าวกลายมาเป็นกำลังสำคัญในการฟื้นฟูและกู้คืนพื้นที่ที่อยู่อาศัยเดิมของมนุษยชาติกลับคืนมา 

 

        …แต่กระนั้นด้วยผลกระทบจากรังสีภายนอกที่เข้มข้นจึงส่งผลกระทบต่อรูปแบบพันธกรรมของเซนทิเนลมากกว่าที่เซนทรัลคาดการณ์ไว้ —การเติบโตของเซนทิเนลขัดต่อกฎการอนุรักษ์พลังงาน แม้ร่างกายจะได้รับอาหารน้อยกว่าโภชนาการที่ควร แต่ร่างกายกลับขยับขยายและมีพลังเกินขีดความเข้าใจมนุษย์ เมื่อไม่อาจเข้าใจได้ จึงนำมาสู่การเป็นอาวุธในการต่อกรกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ที่กลืนกินผืนโลกในปัจจุบัน 



 

C.E. 2050 (คริสตศักราช 2050) : ขั้วสนามแม่เหล็กโลกทิศเหนือและทิศใต้พลิกกลับด้าน

เกิดศักราชใหม่ M.E. (Mutation Era) : กินระยะเวลานานกว่า 400 ปี มนุษย์มีการเปลี่ยนแปลงถึงระดับโครโมโซมในการสืบพันธุ์

กระทั่งขั้วสนามแม่เหล็กโลกเหนือและใต้พลิกกลับสู่ด้านเดิมอีกครั้งเข้าสู่ Xenoganesis Era : กำแพงถูกเร่งสร้างขึ้นในระยะเวลา 10 ปีด้วยเทคโนโลยี พร้อมกับการเรียนรู้และค้นคว้าเกี่ยวกับการกลายพันธุ์รูปแบบใหม่ของมนุษย์ (ไกด์และเซนทิเนล)

X.E. ที่ 11 ระบบการปกครองและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนในกำแพงเปิดฉากขึ้นเป็นทางการ

 

ปัจจุบัน  X.E. 108  

Xenogenesis Era ปีที่ 108 

LiminalGate 5.PNG

© 2035 by W. Abduli. Powered and secured by Wix 

Facebook :

Selene Tah

Twitter :

@KR_Kurenai

Tiktok

: krrrrkurenai

Read a Write

: LunaticGirl

bottom of page